บทส่งท้ายปี 2015 ที่เขียนในต้นเดือน 2016

1:33 AM

คือ ......


เหตุการณ์สำคัญในปี 2015 จำได้แค่ว่า ไปญี่ปุ่น 1-7 พย. นอกนั้นต้องมานั่งจำใหม่ทั้งหมดเลย 

เป็นคนมีปัญหากับความจำมาก และกำลังจะเป็นหนักในการดำเนินชีวิต 

อยู่เชียงใหม่มา 3 ปี ยังคงหลง และไม่รู้ว่าร้านนี้อยู่ที่ไหน หรือตรงไหน ไม่สามารถระบุตำแหน่งแบบเป๊ะๆได้เลย คือถ้าถามปุ๊บต้องหาข้อมูลก่อนมาตอบ ไม่สามารถนึกแล้วพูดได้เลย ไม่รู้ว่าอาการนี้มันเรียกว่าอะไร รู้แต่มันทำให้คนรอบข้างรู้สึกแย่กับเรามากๆ และตอนนี้จิตใจของเราก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่โอเคเอาซะเลย มันเฟลไปหมด ถึงเห็นว่าหน้าเราจะยิ้ม ถึงเราจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ในใจลึกๆเราก็รู้ตัวเองว่า เราไม่โอเค .... จากนั้นมันก็จะนึกพาลไปหมด ไม่โอเคกับทุกสิ่งอย่าง อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อน .... ไม่อยากให้ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นมาเลย เอาจริงๆ มันแย่ 

อยากจะมานึกเหมือนกันนะว่า 1 ปีนี้ทำอะไรไปบ้าง คือลืม ลืมจริงๆ นึกไม่ออก วิธีแก้วิธีเดียวคือจดแม่งทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ หรือไม่ก็ถ่ายรูปทุกวัน อัพไว้ที่ไหนสักที่หนึ่งแล้วกลับมาดูว่าเห้ยเวลานี้เราทำอะไร แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วไงที่จะต้องถ่ายต้องอัพกันตลอดเวลา จริงๆแล้ว iphone ช่วยได้เยอะเลยนะเพราะหยิบมาปุ๊บดูได้เลยว่า ปีนี้วันนี้ได้ถ่ายรูปอะไรไปบ้าง ทำอะไรไปบ้าง แต่เมมนี่แหละมันจะพอรึเปล่าเถอะ ถ่ายทียิงกันเป็นสิบรูป 

ไม่เป็นไร ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป อะไรที่จำได้ก็จำได้ อะไรที่จำไม่ได้ก็จำไม่ได้ พยายามคิด พยายามนึก แต่ในขณะนั้นมันนึกไม่ออก เอาเท่าที่ไหวละกัน ถ้าเกิดไม่ไหวมากๆก็ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องทน ... แค่นั้น พยายามที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว 

ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2015 เป็นช่วงที่เครียดที่สุดละมั้งในปีนี้ เพราะเพิ่งจะมาจับงานอย่างจริงจังซะที หลังจากขี้เกียจมานาน มันต้องทำละ ตังหมดละ จริงๆแล้วยังคงไม่มีใครเข้าใจอยู่ดีว่าเรากำลังทำงานอะไร วันๆอยู่หน้าคอมคิดว่าคงไม่เหนื่อย ถ่ายรูปก็คิดว่าทำง่ายๆไม่มีอะไรแป๊บๆเสร็จ จริงๆแล้วควรคิดว่า ที่มีเวลาให้เนี่ย เพราะเลือกที่จะไม่ทำงาน เลือกที่จะไม่บ้างานมาอยู่ด้วย แบบนี้ทำไมไม่คิดกันบ้าง ไม่ว่าจะพ่อแม่เอย แฟนเอย ก็ยังคงไม่มีใครเข้าใจตรงนี้ 

ตอนนี้กราฟมันกำลังดีขึ้น เราสามารถจ่าย fix cost ของเราได้แล้วส่วนกินใช้นั้นก็มีแต่ก็ต้องประหยัดหน่อย ไม่ใช่ว่านึกอยากได้อะไรเหมือนเมื่อก่อนแล้วขับรถไปหยิบได้เลย มันต้องปรับตัวมากๆ แต่ด้วยเป็นคนไม่ซื้ออะไรยิบย่อยเท่าไหร่ มันก็เลยไม่ค่อยเดือดร้อน แต่ก็เป็นห่วงคนข้างๆนี่แหละที่ต้องปรับตัว เรามีหน้าที่ยังไงให้เค้าไม่รู้สึกแย่ แค่นั้น ตอนนี้เราก็รู้สึกแย่กับตัวเองมากพอแล้ว ที่เราไม่สามารถดูแลเค้าให้ดีได้ ....

เวลาได้ยินคำพูดที่ว่า "ดูคนนั้น คนนี้สิ ชีวิตดี๊ดี" เราฟังแล้วเราเจ็บปวดทุกครั้ง ไม่รู้ทำไม คือเข้าใจว่าเล่าให้ฟังเฉยๆ แต่คำถามในหัวของเราคือ แล้วชีวิตของพวกเราล่ะ มันแย่มากเลยใช่มั้ย ? แล้วจะต้องทำยังไง ถึงเรียกว่า ชีวิตดี๊ดี ? มันต้องมีมากเท่าไหร่ถึงจะดี๊ดี ? คำถามพวกนี้แล่นเข้ามาในหัวเต็มไปหมด 

เชี่ย ... โคดเครียดอะตอนนี้ 

ในสิ่งที่เราต้องพัฒนามีเยอะมากๆ 
1. ความรู้รอบตัว
2. ความจำ
3. การกระตือลือล้นในการใช้วันหยุดให้เป็นประโยชน์
4. คิดและลิสเมื่อเจอคำถามอย่างรวดเร็ว
5. ทำทุกวันให้ไม่น่าเบื่อ

บางคนอ่านแล้วคงจะบอกว่ามันง่าย จริงๆสำหรับคนอย่างเรามันไม่ง่าย มันไม่ใช่ตัวเรา แต่มันก็ทำให้ชีวิตเราพัฒนาขึ้นเราก็ ok เรายอมทำ ปกติเป็นคนที่เอื่อย เฉื่อย ทำอะไรช้าๆ ซ้ำๆ แรกๆรู้จักกันอาจจะดูเห้ย Cool ว่ะใช้ชีวิตฮิปๆ slow life อยากทำอะไรก็ทำ ท่องเที่ยว ถ่ายรูป ทวิตคำพูดเก๋ๆ แต่จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของเรามันก็ซ้ำๆเดิมๆนั่นแหละ ใครที่รู้จักเราจริงๆแล้วคือไม่มีอะไรไง ก็งั้นๆธรรมดา น่าเบื่อ

อืม น่าเบื่อ .... 

ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้ายังไงไม่รู้ รู้สึกไม่ดีกับตัวเองมากๆเลย มันแย่มันเฟลไปหมด ความมั่นใจ ความกล้าคิด กล้าทำ มันหายไป ไม่ได้จะโทษใคร โทษตัวเองนั่นแหละที่มันเป็นแบบนี้เอง และกำลังพยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นจริงๆ พยายามแล้ว 

ตอนแรกว่าจะเขียนบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆในปีนี้นะเนี่ย กลับกลายเป็นการเขียนระบายไปได้ยังไงก็ไม่รู้ อืมมม ไม่รู้ว่าจะเขียนไว้ที่ไหน จะบันทึกเก็บไว้ก็ขี้เกียจเขียน หวังเล็กๆว่าจะมีทางแก้ไขในสิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่รู้สึกอยู่เหมือนกัน

เหนื่อยว่ะ เหนื่อยกับความรู้สึกที่เป็นอยู่ จนไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว ..........

You Might Also Like

0 comments

instagram

ผ ล ง า น

ผ ล ง า น
ติดตามผมได้ที่ Flickr เลยครับ