โน้ตเล็กๆจากสัมมนา Social Media Marketing ฟรีที่โรงแรมHolidayInn

11:48 PM

Social Media Marketing
Social Media Marketing

สวัสดี Social Media Marketing อีกครั้ง

พอดีผมเห็น @reviewchiangmai ได้ทวิตเกี่ยวกับงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของผมพอดีก็เลยลองสมัครไปครับ เมื่อเช้าผมยังนั่งทำงานที่ Wake up อยู่เลย คือลืมไงว่าวันนี้มีงานถ้าเกิดพี่โต้งไม่ทักแล้วล่ะก็คงจะต้องพลาดงานนี้แน่ๆเลยครับ

สัมมนาตอนเช้าไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่นอกจากการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเว็บไซต์ชื่อ cmhotdeal ที่จะเป็นอีกช่องทางการจำหน่ายกระจายสินค้าของชาวเชียงใหม่ ในส่วนนี้ผมไม่ทันได้ฟังเพราะกว่าจะเข้างานก็ 11 โมงเข้าไปแล้ว แต่คร่าวๆก็พอเข้าใจแล้วครับว่าสัมมนานี้จะทำอะไรบ้าง

แต่ที่น่าสนใจคือตอนบ่าย โค้ชหมี ....คำว่าโค้ชๆทั้งหลายเนี่ยตอนนี้ผมมองเป็นลบหมดครับเพราะเมื่อมีคำว่าโค้ชเข้ามานั่นหมายความว่าเราอยากจะขอความรู้อะไรลึกๆเนี่ยมันต้องมีค่าใช้จ่ายครับมันไม่ฟรี แต่บางทีเราก็ต้องยอมเสียเพื่อได้มันมา :) ซึ่งตอนนี้ผมก็มีความสนใจเล็กๆนะครับว่าโปรเจคของแกจะ workshop เกี่ยวกับอะไร วันไหน ยังไง เท่าไหร่ มันแลดูเป็นธุรกิจจริงๆ

จากที่ได้ฟังความรู้ในเบื้องต้นมันเป็นระดับตื้นๆครับพูดเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จของลูกศิษย์ของแกในแต่ละคนว่าเป็นงี้ๆๆ ซึ่งตัวเลขมันยั่วใจมือใหม่ซะเหลือเกิน แต่ก็นะพลาดมาหลายสัมมนาละที่ว่าง่ายๆเนี่ยมันไม่ง่ายอย่างที่เค้าพูดหรอกครับ ผมจึงลองเปิดใจฟังไปเรื่อยๆ เห้ยเข้าท่ามากในส่วนของความรู้ต่างๆฟังละมันลื่นหูดี โอเคเลยมีความรู้สึกอยากเรียนรู้มากกว่านี้แต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมแน่ๆครับ

บันทึกของผม

ในขั้นต้นที่กล่าวมาก็เป็นความรู้สึกจากผมที่มีต่องานสัมมนานี้ครับ ต่อไปจะอยู่ในส่วนของโน้ตที่ผมบันทึกไว้ มันเป็นคำสั้นๆแต่ผมจะมาเขียนขยายความเท่าที่ผมจำได้ไว้ในโพสนี้ละกันนะครับ

- การตลาดที่น่าใช้ที่สุดในตอนนี้คือ Digital Media ,Social Media ทุกรูปแบบ
- มีการวางเป้าหมายในการใช้กลยุทธทุกครั้ง ลงมือทำ,วัดผล,ปรับปรุง วนไปเรื่อยๆ

- idea การทำ U drink I drive เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่ใช้การแก้ปัญหาออกมาในรูปแบบของบริการซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล

- Airbnb ก็ถูกพูดถึงในส่วนของการเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของโรงแรม

- การทำ Remarketing ที่ใช้ adword ทำ ในส่วนี้ผมเข้าใจว่าเป็นการใช้ option หนึ่งของ google ที่จะทำให้เห็น ads ของเราในหลายๆเว็บสามารถเปลี่ยนได้ในหลายๆครั้งเช่น เราเห็นโฆษณารองเท้า ก็ลองกดเข้าไปดู แต่ยังไม่ซื้อก็ปิดไป แล้วไปเปิดเจอเว็บที่ติด adsense มันก็จะโฆษณาของเราตามเข้าไปอีก และเราสามารถระบุได้ว่าจะให้เห็นโฆษณาชิ้นนี้กี่ครั้ง ครั้งต่อไปให้เห็นโฆษณาตัวไหน แบบติดตามกันยันซื้อไปเลย อันนี้ผมว่าเวิคมากจริงๆสำหรับคนทำ PPC หากผมมีความรู้ในด้านนี้สักนิดก็คงจะดีแต่ก็รู้ไว้เป็น idea

- การยิงโฆษณาให้แยกกลุ่มออกไปให้ย่อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ คือให้โฆษณามันถูกที่สุด เช่น ผู้หญิง อยู่กรุงเทพ ใช้โทรศัพท์ไอโฟน ถือกระเป๋าชาแนล เป็นเจ้าของรถแคมรี่ อะไรพวกนี้ แยกจังหวัดนู้นนี่นั่นไปเลย

- เดี๋ยวนี้บริษัทต่างๆก็มองว่างบโฆษณาที่เค้าจะเอาไปลงมันต้องได้ return กลับมาแบบทวีคูณ
- การลงโฆษณากับประเทศ AEC ก็เป็นที่น่าสนใจมากๆระบบ logistic เข้าถึงเช่น ลาว อินโด เวียดนาม

- สื่อ Youtube ถ้าทำได้ ให้ทำ !!
- เครื่องมือตัวใหม่ที่เรียกว่า Youtube 360 เป็นอะไรที่น่าสนใจมากเพราะมันเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้ใช้เป็นอย่างมาก ตอนนี้กำลังเริ่มๆฮิตละ

- การขายของใน Social media ไม่ได้เป็นการขายแบบโต้งๆแล้วมันต้องเป็นเพื่อนมันต้องธรรมชาติกับลูกค้า ไม่ทำให้รู้สึกว่าเรายัดเยียดการขายมากเกินไป

- หาพื้นที่ระหว่างลูกค้ากะโปรดักที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่าง win win ไม่อึดอัด

หากทำ 2 สื่อนี้ได้จะดีมากๆ
- Social Media ทำหน้าที่ในเชิงรุก เช่น ก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ ที่ปั่นมาขายถึงหน้าบ้าน
- Search Engine Marketing ทำหน้าที่ในเชิงรับ เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าซอย

- เดี๋ยวนี้การขายสินค้า ไม่ได้เอาชนะกันที่สินค้าอีกต่อไป แต่เอาชนะที่ประสบการณ์อะไรบางอย่างที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้

- ต้องหาให้เจอว่าคนอยากเจอประสบการณ์อะไรบางอย่างแล้วต้องใช้สินค้าเราด้วยในการที่จะสร้างประสบการณ์เหล่านั้น

- Story เป็นเรื่องสำคัญทุกอย่างต้องมีเรื่องราว อยู่เกิดขึ้นมาเพราะอยากทำไม่ได้
- การเข้าถึงคนต้องเข้าถึงให้เยอะที่สุด เพราะถ้าสินค้าเราดีขนาดไหน แต่ถ้าคนมันไม่รู้จักมันก็ไม่ซื้อ
- ทำยังไงก็ได้ให้ทุกๆคนรู้ว่ามีสินค้าของเราวางอยู่ในตลาดด้วย ซื้อไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่ให้รู้จักไว้ก่อน
- virtual experience เป็นการสร้างประสบการณ์ว่าใช้ของคุณแล้วจะดีอย่างไร ตัวอย่าง GoPro
- Content is king เจาะกลุ่มลูกค้าให้โดนมากที่สุด

- ปัจจุบันพูดถึงแต่ Product ไม่ได้อีกต่อไปแล้วต้องหา Why ของธุรกิจให้เจอเป็นการ Start with WHY.

หาสินค้า > สร้างเรื่องราว > มีกิมมิกสร้างความแตกต่าง

การขายแบบเดิมๆคือ What ขายอะไร How มันทำอะไรได้ Why ทำไมต้องใช้ล่ะ ?
ตอนนี้เอา Why ขึ้นปุ๊บก็จะกลายเป็น เนี่ยแหละเหตุผลที่ต้องใช้ ละมาดูกันว่าใช้ยังไงได้บ้าง และมันคืออะไร แบบนี้จะขายง่ายกว่า

เคสตัวอย่าง
- ป้ากี ประกิมไข่เต่า
- สบู่ยีส
- Meruto อาหารญี่ปุ่น
- เพนกวิ้นชาบู
- ชีสเค้ก เชียงใหม่
- ก๋วยเตี๋ยวพี่อ้อ
- ซุ้มเฮียฮ๋ง
ลองดูการตลาดของกลุ่มนี้ดูแล้วจะรู้ว่าแต่ละคนไม่ธรรมดา

นี่ก็เป็นโน้ตของผมที่บันทึกได้ในงานวันนี้ล่ะครับ
สำหรับคืนนี้ขอลาไปก่อน ยังไงก็ขอให้โพสนี้มีประโยชน์แก่คนที่แวะเวียนเข้าอ่านกันนะครับ อ่านยากหน่อยแต่ถ้าตั้งใจมันอาจจะมีอะไรสะกิดใจคุณให้เริ่มทำอะไรก็ได้

สวัสดี





You Might Also Like

0 comments

instagram

ผ ล ง า น

ผ ล ง า น
ติดตามผมได้ที่ Flickr เลยครับ